คลิกเข้าดู ผลงานวิชาคอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ
กล้วยไม้ 7 พระนาม งดงาม เสน่ห์ล้ำ หลากสีสัน
วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556
วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556
เทคนิค ปลูกกล้วยไม้ ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้อาจเป็นอะไรใกล้ ๆ ตัวเราเอง เราเชื่อว่าหลายท่านเลี้ยงกล้วยไม้ไป ปลูกกล้วยไม้ ไป บางต้นก็สวยบางต้นก็ไม่สวย อาจเป็นเพราะเราอาจจะยังไม่เข้าใจว่า กล้วยไม้ของเราเค้าต้องการอะไร อย่างที่ได้แนะนำไปในหัวข้อแรกสุดนั่นคือให้เข้าใจกล้วยไม้เสียก่อนก่อนที่ จะนำกล้วยไม้มาปลูกเลี้ยงในสถานที่ของเรา หลายคนคงเข้าใจว่ากล้วยไม้ไม่ต้องรดน้ำก็อยู่ได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากบนดอยมีน้ำค้างหรือก้อนเมฆลอยไปมาตลอดเวลา กล้วยไม้ได้น้ำจากตรงนั้นทุกวันจึงอยู่ได้ ชาวเขาเลี้ยงกล้วยไม้จึงงามกว่าเลี้ยงด้านล่างถึงแม้จะไม่ได้รดน้ำเลยก็ตาม และในหัวข้อนี้เราจะเสนอแนะเรื่องการ ปลูกกล้วยไม้ ให้งามได้ ดั่งใจ
จากที่ได้สอบถามเรื่องการปลูกกล้วยไม้จากคุณชิเนนทรซึ่งคุณชิเนนทรได้เล่า ให้ถึง ฟังเรื่องของเพื่อนของท่านที่ได้ ปลูกกล้วยไม้ โดยใช้น้ำประปาเป็นแหล่งรดน้ำให้กับกล้วยไม้ กล้วยไม้ที่ได้รับน้ำประปาที่มีหินปูนหรือคอรีนบ่อย ๆ ในพักแรก ๆ อาจจะโตเร็วแต่พอผ่านไปสักระยะกล้วยไม้จะ เริ่มออกอาการไม่ยอมโต หรือไม่ก็โตช้าไปเลย เนื่องจากต้นกล้วยไม้ได้รับสารอาหารที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไป เหมือนกับคนเราที่กินอะไรก็ตามที่เป็นพิษ มันก็จะสะสมในร่างกายเรา และวันหนึ่งก็จะแสดงผลนั้น ๆ ออกมา เช่นเดียว กัน สารเคมี ที่ไม่ใช่อาหารเช่นคอรีน หรือ หินปูน จะไปอุดบริเวณส่วนดูดซึมต่าง ๆ ของกล้วยไม้ทำให้กล้วยไม้ได้รับอาหารไม่เต็มที่ กลายเป็นต้นแคระแกรนไป ที่บ้านเราเองก็เช่นกัน เราได้นำกล้วยไม้รุ่นเดียวกันส่วนหนึ่งของ ที่บ้านซึ่งออกมาจากขวดเดียวกันให้กับคุณชิเนนทรได้ลองเลี้ยงดู ผลเปรียบเทียบ น้ำที่บ้านของคุณชิเนนทร ทำให้กล้วยไม้พันธุ์ที่นำไปฝากเลี้ยงโตขึ้นอย่างเหลือเชื่อและมีดอกภายใน 1 ปี ในขณะต้นที่บ้านผมยังต้นยาวเพียง 1 คืบ และยังไม่มีดอก แถมรากยังไม่ยาวดูดีมีสุขภาพอีกต่างหาก ทั้ง ๆ ที่ก็ให้ปุ๋ยเช่นกันแท้ ๆ
ดังนั้น น้ำจึงเป็นสิ่งที่สุดก็ว่าได้ แม้กล้วยไม้ที่จะได้รับตากแดดแรงจ้าหนักหน่วงเพียงได หากได้รับน้ำที่เหมาะสมแล้ว กล้วยไม้ก็สามารถปรับสภาพและยืนต้นตระหง่านท้าแสงแดดได้อย่างไม่สะทกสะท้าน
หลักการ ปลูกกล้วยไม้ ให้สวยได้ ดั่งใจนั้นไม่ได้ยากเลย กล้วยไม้เดิมทีมีความสวยในตัวเป็นเอกลักษณ์ของเขาอยู่แล้ว แต่ความสวยที่เขามีอยู่นั้นขึ้นอยู่ว่าตัวผู้เลี้ยงสามารถดึงออกมาได้เพียง ได กล่าวได้คือ กล้วยไม้จะสวยได้ ขึ้นอยู่กับความรักและความขยันของตัวผู้เลี้ยง ที่มีต่อกล้วยไม้ของเราที่เราปลูกดูแลอยู่นั่นเอง
สิ่งที่คุณควรจะหมั่นดูแลเอาใจใส่กล้วยไม้ เพื่อให้เค้าได้ผลิดอกสวยงามอย่างที่คาดหวังไว้นั้นมีหลัก ๆ ดังนี้
1. วิธีการปลูก คุณต้องปลูกกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ ให้เหมาะสมกับชนิดพันธุ์ เช่น รองเท้านารี เครื่องปลูกต้องเป็น อิฐมอญ ถ่าน หรือทรายที่ผสมกัน ไม่ใช่ดินร่วน
2. บริเวณที่นำกล้วยไม้ไปห้อยแขวนต้องได้รับแสงพอเพียง ไม่ร่มสนิทเกินไป ไม่ถูกแสงแรงเกินไป
3. น้ำที่ใช้รดกล้วยไม้ ถ้าเป็นไปได้ควรจะเป็นน้ำที่ผ่านการพักในบ่อกักอย่างน้อย 1 – 2 คืน
4. ปุ๋ย ควรหมั่นให้ทุก ๆ 1 สัปดาห์ หากเจอแมลงหรือรารบกวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรให้ยาด้วย
5. หมั่นตรวจคอยดูแลว่ามีโรคแทรงแซงหรือไม่ หรือมีอาการป่วยผิดปกติ หากพบให้รีบแยกออกจากต้นอื่น ๆ โดยด่วน
หลัก ๆ วิธีการเลี้ยงกล้วยไม้ให้ สวยงามก็มีเพียงเท่านี้เอง ที่เหลือคือขึ้นอยู่กับเราว่าเราจะขยันมากหรือขยันน้อย เซียนที่เลี้ยงกล้วยไม้เก่ง ๆ จะตื่นกันตี 4 ตี 5 เพื่อมารดน้ำให้ปุ๋ยกล้วยไม้ในยามเช้า
ดังนั้น น้ำจึงเป็นสิ่งที่สุดก็ว่าได้ แม้กล้วยไม้ที่จะได้รับตากแดดแรงจ้าหนักหน่วงเพียงได หากได้รับน้ำที่เหมาะสมแล้ว กล้วยไม้ก็สามารถปรับสภาพและยืนต้นตระหง่านท้าแสงแดดได้อย่างไม่สะทกสะท้าน
หลักการ ปลูกกล้วยไม้ ให้สวยได้ ดั่งใจนั้นไม่ได้ยากเลย กล้วยไม้เดิมทีมีความสวยในตัวเป็นเอกลักษณ์ของเขาอยู่แล้ว แต่ความสวยที่เขามีอยู่นั้นขึ้นอยู่ว่าตัวผู้เลี้ยงสามารถดึงออกมาได้เพียง ได กล่าวได้คือ กล้วยไม้จะสวยได้ ขึ้นอยู่กับความรักและความขยันของตัวผู้เลี้ยง ที่มีต่อกล้วยไม้ของเราที่เราปลูกดูแลอยู่นั่นเอง
สิ่งที่คุณควรจะหมั่นดูแลเอาใจใส่กล้วยไม้ เพื่อให้เค้าได้ผลิดอกสวยงามอย่างที่คาดหวังไว้นั้นมีหลัก ๆ ดังนี้
1. วิธีการปลูก คุณต้องปลูกกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ ให้เหมาะสมกับชนิดพันธุ์ เช่น รองเท้านารี เครื่องปลูกต้องเป็น อิฐมอญ ถ่าน หรือทรายที่ผสมกัน ไม่ใช่ดินร่วน
2. บริเวณที่นำกล้วยไม้ไปห้อยแขวนต้องได้รับแสงพอเพียง ไม่ร่มสนิทเกินไป ไม่ถูกแสงแรงเกินไป
3. น้ำที่ใช้รดกล้วยไม้ ถ้าเป็นไปได้ควรจะเป็นน้ำที่ผ่านการพักในบ่อกักอย่างน้อย 1 – 2 คืน
4. ปุ๋ย ควรหมั่นให้ทุก ๆ 1 สัปดาห์ หากเจอแมลงหรือรารบกวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรให้ยาด้วย
5. หมั่นตรวจคอยดูแลว่ามีโรคแทรงแซงหรือไม่ หรือมีอาการป่วยผิดปกติ หากพบให้รีบแยกออกจากต้นอื่น ๆ โดยด่วน
หลัก ๆ วิธีการเลี้ยงกล้วยไม้ให้ สวยงามก็มีเพียงเท่านี้เอง ที่เหลือคือขึ้นอยู่กับเราว่าเราจะขยันมากหรือขยันน้อย เซียนที่เลี้ยงกล้วยไม้เก่ง ๆ จะตื่นกันตี 4 ตี 5 เพื่อมารดน้ำให้ปุ๋ยกล้วยไม้ในยามเช้า
1.กล้วยไม้แคทลียา ควีนสิริกิติ์ กล้วยไม้พระนาม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นกล้วยไม้ที่สวยงามมาก มีกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ออกดอกตลอดปี
แคทลียา “ควีนสิริกิติ์” (Cattleya Queen Sirikhit) บุปผาราชินีเมื่อบริษัท Black & Flory Ltd. แห่งประเทศอังกฤษ ได้คิดค้นกล้วยไม้ลูกผสมระหว่างต้นแม่พันธุ์ แคทลียา โบเบลล์ (Cattleya Bow Bells) และต้นพ่อพันธุ์แคทลียา ออเบรียนเนียนา (Cattleya Obrieniana var. aba) ในปี พ.ศ. 2501 และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากราชสมาคมพืชสวนอังกฤษ ( The Royal Horticulture Society) จึงได้มีการกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” เป็นชื่อของกล้วยไม้ลูกผสมพันธุ์นี้ว่า แคทลียา “ควีนสิริกิติ์” และได้ชึ้น ทะเบียนลูกผสมใหม่จากราชสมาคมพืชสวนอังกฤษเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2501เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551 ซึ่งถือเป็นวันสตรีไทย ทางสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระราชทานดอกกล้วยไม้พระนาม แทคลียา ควีนสิริกิติ์ เพื่อใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันสตรีไทยลักษณะทั่วไปเป็นต้นกล้วยไม้สูง 20-40 ซม. ลำลูกกล้วยรูปทรงกระบอก ใบรูปขอบขนาน ดอกออกเดี่ยวหรือเป็นช่อ 1-4 ดอก สีขาวนวล กลีบรองดอกรูปรีแกมสามเหลี่ยม กลีบดอก 5 กลีบ มีกลีบปากแผ่กว้าง ขอบกลีบย่นเป็นคลื่น ตรงกลางกลีบมีแต้มสีเหลืองทองด้านใน เมื่อบานเต็มที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12-14 ซม. มีกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ฝักรูปทรงสามเหลี่ยม ออกดอกตลอดปี
2.กล้วยไม้รองเท้านารี "พริ้นเซสสังวาลย์" กล้วยไม้พระนาม สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รองเท้านารีพันธุ์ลูกผสม ดอกลายสีบานเย็นเข้มทั้งดอก กล้วยไม้รองเท้านารี พริ้นเซสสังวาลย์ (Paphiopedilum Princess Sangwan)รองเท้านารีลูกผสมระหว่างต้นแม่พันธุ์รองเท้านารีช่องอ่างทอง (Paphiopedilum godefroyae var. angthong) และต้นพ่อพันธุ์คือ รองเท้านารีดอยตุง (Paphiopedilum charlesworthii)โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง, โครงการพัฒนาดอยตุง จ.เชียงราย เป็นผู้ผสมพันธุ์ ให้ดอกครั้งแรกเมื่อ 1ธันวาคม 2545 ดอกมีสีขาวลายบานเย็นหรือบานเย็นเข้มทั้งดอก ส่วนใหญ่จะมี 1 ดอกต่อช่อ ขนาดประมาณ 6 ซม. ก้านช่อดอกสูงประมาณ 10 ซม. ออกดอกเฉลี่ยประมาณปีละ 2 ครั้งขึ้นทะเบียนลูกผสมใหม่จากราชสมาคมพืชสวนอังกฤษ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม2547กล้วยไม้รองเท้านารี สังวาลย์ซีรีเบรชั่น ปีที่ 108 ( Paphiopedilum Sangwan Celebration 108 th)เป็นกล้วยไม้พระนามของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ฉลองวาระ
พระราชสมภพครบ 9 รอบปีนักษัตร รองเท้านารีลูกผสมระหว่างต้นพ่อพันธุ์ รองเท้านารีโฮลดีนิอาย ( Paphiopedilum Holdenii )และต้นแม่พันธุ์ คือรองเท้านารีดอยตุง ต้นสังวาลย์ 1 ( Paphiopedilum charlesworthii “Sangwan NO.1″ AM/RHT ) โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง, โครงการพัฒนาดอยตุง จ.เชียงราย เป็นผู้ผสมพันธุ์ ให้ดอกครั้งแรกเมื่อ 3 สิงหาคม 2551 ดอกมีสีบานเย็นแดง กระเป๋าและกลีบข้างสัน้ำตาลแดง ส่วนใหญ่จะมี 1 ดอกต่อช่อ ขนาดประมาณ 10 ซม. ก้านช่อดอกสูงประมาณ 20-30 ซม. ออกดอกเฉลี่ยประมาณปีละ 2 ครั้ง ครั้งขึ้นทะเบียนลูกผสมใหม่จากราชสมาคมพืชสวนอังกฤษ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2551กล้วยไม้รองเท้านารี สังวาลย์แอนนิเวอร์ซารี่ ปีที่ 108 ( Paphiopedilum Sangwan Anniversary 108 th)เป็นกล้วยไม้พระนามของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ฉลองวาระพระราชสมภพครบ 9 รอบปีนักษัตร รองเท้านารีลูกผสมระหว่างต้นพ่อพันธุ์ รองเท้านารีโรซิต้า ( Paphiopedilum Rosita )และต้นแม่พันธุ์ คือรองเท้านารีดอยตุง ต้นสังวาลย์ 1 ( Paphiopedilum charlesworthii “Sangwan NO.1″ AM/RHT ) โดยมูลนิะแม่ฟ้าหลวง, โครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย เป็นผู้ผสมพันธุ์ ให้ดอกครั้งแรกเมื่อ 15 สิงหาคม 25551 ดอกมีสีชมพูถึงบานเย็นแดงทั้งดอก ส่วนใหญ่จะมี 1 ดอกต่อช่อ ขนาดประมาณ 10 ซม. ก้านช่อดอกสูงประมาณ 20-30 ซม. ออกดอกเฉลี่ยประมาณปีละ 2 ครั้งขึ้นทะเบียนเป็นลูกผสมใหม่จากราชสมาคมพืชสวนอังกฤษ เมื่อวันที่ 29สิงหาคม 2551
3.กล้วยไม้หวายพันธุ์ "ชมพูนครินทร์" สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานนามให้ ดอกมีสีโอรส (สีขาว อมชมพู อมส้ม) ปากดอกสีชมพูแดง สวยงามและคงทน กล้วยไม้หวาย พันธุ์ “ชมพูนครินทร์” ( Dendrobium “Pink Nagarindra” )กล้วยไม้ลูกผสมระหว่างต้นพ่อพันธุ์ “บลัชชิ่ง” (Dendrobium Blushing) และต้นเม่พันธุ์ “เอริก้า” (Dendrobium “Arica”) โดยนายสวง คุ้มวิเชียร (แอร์ออร์คิด& แล็บ) เป็นผู้พัฒนาพันธุ์ ให้ดอกครั้งแรกเดือนกุมภาพันธุ์ 2546 และได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2550 ชื่อพันธุ์ “ชมพูนครินทร์”ดอกมีสีโอโรส (สีขาว อมชมพู อมส้ม) ปากดอกเป็นสีชมพูแดง ปลายกลียดอกทั้ง 5 เป็นสีเดียวกัน ลักษณะดอกกึ่งฟอร์มกลม มีความสวยและความทน และด้วยก้านช่อที่ไม่ยาวมาก จึงมีความเด่นที่จะเป็นกล้วยไม้ประดับชนิดจัดโชว์ทั้งต้นและดอก มีอายุการใช้งานหลายสัปดาห์ ดอกกล้วยไม้พันธุ์นี้มีเกล็ดเงินระยิบระยับอ่อนๆแฝงอยู่ในกลีบดอกเมื่อถูกสะท้อนแสงไฟ ในช่วงอากาศหนาว ดอกจะเปลี่ยนสีเป็นสีโอโรสเข้มจัดทั้งดอก ต้นกล้วยไม้พันธุ์นี้มีขนาดกะทัดรัด ความสูงของต้นและดอกเฉลี่ยประมาณ 30-40 ซม. ออกดอกเฉลี่ยมากกว่า 3 ครั้งต่อปี
4.กล้วยไม้แอสโคเซนต้า "สุคนธรัศมิ์" พระราชทานนามโดย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กล้วยไม้แอสโคเซ็นดา สุคนธรัศมิ์ (Ascocenda Sukontharat)แอสโคเซ็นดา ลูกผสมระหว่างต้นแม่พันธุ์คือ แวนด้าสามปอยขุนตาล ( Vanda denisoniana) และต้นพ่อพันธุ์คือ แอสโคเซ็นดา คุณนก (Ascocenda Khon Nok) โดยนายปริยุตต์ ยุวานนท์ (บริษัท สากล ออร์คิด) ผู้พัฒนาพันธุ์และเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ดอกมีขนาดประมาณ 1.5 นิ้ว กลีบดอกส่วนปลายมีสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมนุ่มนวล ซึ่งจะมีกลิ่นหอมมากในเวลาเช้าและหอมตลอดทั้งวัน ออกดอกตลอดทั้งปีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารได้พระราชทานชื่อพันธุ์กล้วยไม้ ซึ่งบริษัท สากล ออร์คิด ได้ทูลเกล้าถวายเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2551 พระราชทานชื่อว่า “สุคนธรัศมิ์” แปลว่ามีกลิ่นหอมอบอวลจรุงใจ ตามพระนาม พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระราชทานชื่อเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2551 ขึ้นทะเบียนลูกผสมใหม่จากราชสมาคมพืชสวนอังกฤษ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551
5.กล้วยไม้พันธุ์ "เอื้องศรีเชียงดาว" เป็นกล้วยไม้ดิน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามให้ สามารถพบได้เฉพาะที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ “สิรินโดรเนีย” (Sirindhornia) เป็นกล้วยไม้สกุลใหม่ของโลก กล้วยไม้สกุลนี้ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2002 โดย นักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ดร.เฮนริค เพเดอร์เซน จากมหาวิทยาลัยโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์ก ร่วมกับนักพฤกษศาสตร์ไทย ดร.ปิยเกษตร สุขสถาน จากสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จัดเป็นกล้วยไม้ดินกล้วยไม้ที่ค้นพบนี้ได้รับพระราชทานชื่อจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ร่วมกับองค์การสวนพฤกษศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ค้นพบกล้วยไม้สกุลใหม่ของโลก3 สายพันธุ์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญกล้วยไม้ของโลกโดยเทียบตัวอย่างกับกล้วยไม้ทั่วโลกกว่า 250,000 สายพันธุ์จากหอพรรณไม้โลก เป็นเวลากว่า 3 ปี จึงพบว่าเป็นสกุลใหม่และสายพันธุ์ใหม่อย่างแท้จริง มีความแตกต่างกับกล้วยไม้ชนิดอื่นๆ มากและทั้งหมดเป็นกล้วยไม้ที่หายากในวโรกาสศุภมงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ครบรอบ 48 พรรษา จึงได้มีพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sirindhornia ดังนี้ เอื้องศรีเชียงดาว ( Sirindhornia pulchella H.A. Pedersen & S. Indhamusika )กล้วยไม้ดิน สูง 10-25 ซม. ใบ แผ่รูปไข่กว้าง มีเส้นใบขนาน ตามยาวประมาณ 8-10 เส้น และมีจุดประสีแดงอมม่วงทั่วไป ช่อดอกสูง 10-30 ซม. มีประมาณ 4-12 ดอก ดอก สีชมพูมีประ สีชมพูเข้ม กลีบข้างเป็นสีชมพูแกมขาว แผ่คล้ายหูค่อนข้างกลม สีเขียวแกมชมพู กลีบปากมีจุดประสีแดงหรือสีออกแดงแกมชมพู ส่วนปลายแผ่เป็น 3 พูตื้นๆ ขนาดประมาณ 10-11 มม. เส้าเกสร เป็นก้อนใหญ่ งวงน้ำหวานเป็นหลอดยาวโค้ง ขนาดยาวประมาณ11-14 มม. เป็นพืชชนิดใหม่ พบเฉพาะที่ดอยเชียงดาว ในประเทศไทย ที่ระดับความสูง 1,800-2,000 เมตร ดอกบานช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน
6.กล้วยไม้ฟาแลนนอพซีส "พริ้นเซสจุฬาภรณ์" กล้วยไม้พระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เป็นกล้วยไม้พันธุ์ใหม่ ที่รัฐบาลศรีลังกา ทูลเกล้าฯ ถวายนาม กล้วยไม้ฟาแลนนอฟซิส พริ้นเซสจุฬาภรณ์ (Phalaenopsis Princess Chulabhorn) กล้วยไม้ฟาแลนนอพซิส พันธุ์พระนามนี้ เป็นผลงานการผสมพันธุ์ของสวนพฤกษศาสตร์เปราเดนนิยา (Royal Botanical Garden Peradeniya )ประเทศศรีลังกา เป็นลูกผสมของPhalaenopsis Rose Miva กับ Phalaenopsis Kandy Queen ซึ่งทั้งสองชนิดล้วนเป็นสายพันธุ์ที่มีความงามอย่างโดดเด่น รัฐบาลศรีลังกา ได้น้อมเกล้าฯ ถวายกล้วยไม้พันธุ์พระนามนี้ที่สวนพฤกษศาสตร์เปราเดนนิยา เมืองแคนดี ในเดือนสิงหาคม 2542 กล้วยไม้ฟาแลนนอฟซิส พริ้นเซสจุฬาภรณ์ เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้นสูง 8-20 ซม. ใบสีเขียวเข้ม รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-16 ซม. ดอกสีขาวนาล ออกเป็นช่อตามซอกใบ ก้านช่อยาว 30-45 ซม. ลักษณะกว้างกลมมน มีขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 7.5-9 ซม. ตอนกลางดอกเป็นสีชมพูอ่อน กลีบปากส่วนโคนสองข้างแผ่ออกเป็นปีก ตอนปลายยาวเรียวเป็นเส้น ขอบมีสีเหลืองตอนกลางเป็นจุดประสีเลือดหมูแต้มทั่วไป
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)








